**DeepSeek** ซึ่งเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากจีน ได้สร้างความฮือฮาและส่งผลกระทบอย่างมากทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก โดยมีประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้น ดังนี้
### 1. การเปิดตัวและความสำเร็จของ DeepSeek
DeepSeek เป็นระบบ AI ที่พัฒนาโดยใช้งบประมาณเพียง 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับผู้พัฒนา AI รายอื่น เช่น OpenAI ที่ใช้งบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการพัฒนา ChatGPT ความสำเร็จของ DeepSeek เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยแอปพลิเคชันของ DeepSeek ได้ขึ้นแท่นเป็นแอปพลิเคชันที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดในสหรัฐฯ แซงหน้าแอปพลิเคชัน AI คู่แข่งอย่าง ChatGPT[1][4]
ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ DeepSeek ที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่มีประสิทธิภาพด้วยงบประมาณที่จำกัด นอกจากนี้ DeepSeek ยังได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในวงการเทคโนโลยี โดย ดร.กิตต์ เธียรธโนปจัย ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีดิจิทัล มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ให้ความเห็นว่า DeepSeek มีศักยภาพที่โดดเด่นและสามารถรันบนโน้ตบุ๊คได้ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญในการเข้าถึงผู้ใช้ทั่วไป[5]
### 2. ผลกระทบต่อตลาดหุ้น
การมาของ DeepSeek ส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนี NASDAQ ที่ลดลง 3% และหุ้นของ NVIDIA ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชิปกราฟิกส์ที่ใช้ในการพัฒนา AI ลดลงเกือบ 17% ภายในวันเดียว ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ[2][4]
การลดลงของหุ้น NVIDIA สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนที่มองว่า DeepSeek อาจเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในตลาด AI ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการชิปกราฟิกส์ในอนาคต นอกจากนี้ การเข้ามาของ DeepSeek ยังสร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดเทคโนโลยี โดยนักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ว่า DeepSeek อาจเปลี่ยนแปลงสมดุลของตลาด AI ในระยะยาว
### 3. ปัญหาการหลอกลวง
ความสำเร็จของ DeepSeek นำไปสู่การเกิดโทเคนคริปโตปลอมที่อ้างชื่อ "DeepSeek" เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีรายงานการสร้างโทเคนหลอกลวงอย่างน้อย 75 รายการ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากวันก่อนหน้า[3]
ปัญหานี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่มาพร้อมกับความนิยมของเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะในวงการคริปโตเคอร์เรนซีที่มักมีการสร้างโทเคนปลอมเพื่อหลอกลวงนักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญได้เตือนให้ผู้ที่สนใจลงทุนในโทเคนที่เกี่ยวข้องกับ DeepSeek ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ และหลีกเลี่ยงการลงทุนในโทเคนที่ไม่ได้รับการรับรองจากผู้พัฒนา
### 4. การรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ
ดร.กิตต์ เธียรธโนปจัย ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีดิจิทัล มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ให้ความเห็นว่า DeepSeek มีศักยภาพที่โดดเด่นและสามารถรันบนโน้ตบุ๊คได้ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญในการเข้าถึงผู้ใช้ทั่วไป[5]
การรับรองจากผู้เชี่ยวชาญเช่นนี้ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของ DeepSeek และแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้มีศักยภาพที่จะแข่งขันกับระบบ AI อื่น ๆ ในตลาดได้ นอกจากนี้ ความสามารถในการรันบนโน้ตบุ๊คยังทำให้ DeepSeek เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการใช้งาน AI โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อน
### สรุป
DeepSeek เป็นระบบ AI ที่สร้างความตื่นตัวในวงการเทคโนโลยีทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ด้วยความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพด้วยงบประมาณที่จำกัด และการขึ้นแท่นเป็นแอปพลิเคชันที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดในสหรัฐฯ DeepSeek ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่โดดเด่น
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ DeepSeek ก็มาพร้อมกับความท้าทายและความเสี่ยง โดยเฉพาะผลกระทบต่อตลาดหุ้นและปัญหาการหลอกลวงในวงการคริปโตเคอร์เรนซี การรับรองจากผู้เชี่ยวชาญช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของ DeepSeek แต่ก็ยังต้องจับตาดูกันต่อไปว่าเทคโนโลยีนี้จะพัฒนาต่อไปอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อตลาด AI ในระยะยาวอย่างไร
ในอนาคต DeepSeek อาจเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในตลาด AI ที่สามารถแข่งขันกับบริษัทใหญ่ ๆ ได้ และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในวงการเทคโนโลยีที่เราคุ้นเคย
---
**Citations:**
[1] https://www.thaipbs.or.th/news/content/348627
[2] https://thestandard.co/deepseek-impact-global-tech-stock-market/
[3] https://www.thansettakij.com/world/618085
[4] https://today.line.me/th/v2/article/wJw80pr
[5] https://siamblockchain.com/2025/01/28/deep-seek-got-potential-that-rival-famous-ai/
[6] https://www.bbc.com/thai/articles/cvg40l4w0xqo
[7] https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?id=dHNxRktyRGR1SFU9
[8] https://www.matichon.co.th/foreign/news_5020644
.jpeg)